เคล็ดลับเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้ตรงสภาพผิว
หลายคนคงเคยได้ยินว่า มอยเจอร์ไรเซอร์คือไอเทมสำคัญของผิว เพราะช่วยให้ผิวฉ่ำ นุ่ม ฟู ดูสุขภาพดี ซึ่งก็ไม่ผิดเลย จริง ๆ แล้วมอยเจอร์ไรเซอร์คือสิ่งจำเป็นสำหรับคนที่อยากมีผิวชุ่มชื้นและแข็งแรง บทความนี้จะพาทุกคนมาทำความรู้จักกับมอยเจอร์ไรเซอร์ให้มากขึ้นกัน ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันเลย

มอยเจอร์ไรเซอร์ คืออะไร
มอยเจอร์ไรเซอร์คือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวอยู่เสมอ โดยมีส่วนผสมหลักสำคัญ 3 กลุ่ม ได้แก่
- สารดึงความชื้น (Humectants) เช่น ไฮยาลูรอนิก แอซิด ช่วยดึงน้ำจากอากาศและผิวชั้นลึกขึ้นมาสู่ผิวชั้นนอก ให้ผิวดูอิ่มน้ำ
- สารบำรุงให้ผิวนุ่มลื่น (Emollients) เช่น เซราไมด์ หรือน้ำมันธรรมชาติ ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม ลดการสูญเสียน้ำ
- สารเคลือบผิว (Occlusives) เช่น ปิโตรลาทัม หรือซิลิโคน ช่วยป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์มีหลายประเภท ทั้งแบบแบ่งตามคุณสมบัติ สภาพผิว หรือเนื้อสัมผัส เพราะในแต่ละวันผิวของเราต้องเจอกับปัจจัยที่ทำให้สูญเสียความชุ่มชื้น ทั้งมลภาวะ แสงแดด และสภาพอากาศ หากขาดการบำรุงที่เพียงพอ ผิวอาจแห้ง ลอก หรือระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นมอยเจอร์ไรเซอร์ จึงเป็นไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการดูแลผิวให้แข็งแรงและสุขภาพดี
ประเภทของมอยเจอร์ไรเซอร์
อย่างที่บอกไปว่ามอยเจอร์ไรเซอร์มีหลายประเภท แต่การแบ่งตามเนื้อสัมผัส ถือว่าเข้าใจง่ายและช่วยให้เลือกซื้อง่ายที่สุด ซึ่งในบ้านเรามักพบได้หลัก ๆ ดังนี้
น้ำ / น้ำตบ (Essence / Toner)
เนื้อเหลว บางเบา ซึมไว ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวธรรมดา ข้อควรระวัง: อาจไม่เหมาะกับผิวแห้งหรือช่วงอากาศเย็น เพราะไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน จึงให้ความชุ่มชื้นไม่เพียงพอ
เซรั่ม / แอมพูล (Serum / Ampoule)
เนื้อเข้มข้นขึ้นแต่ยังบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมเร็ว ช่วยบำรุงผิวได้ลึก เหมาะกับผิวธรรมดาถึงมัน ข้อควรระวัง: ส่วนใหญ่ไม่มีน้ำมัน จึงอาจไม่ตอบโจทย์คนผิวแห้งมาก
เจล (Gel)
เนื้อข้นกว่าระดับเซรั่ม แต่ยังให้สัมผัสบางเบา เย็นสบายผิว มักแตกตัวเป็นน้ำเมื่อทา เหมาะกับผิวมันหรือผิวผสม ข้อควรระวัง: บางสูตรอาจให้ความชุ่มชื้นไม่พอสำหรับผิวแห้ง
โลชั่น (Lotion)
เนื้อสัมผัสข้นขึ้น มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันในสัดส่วนที่พอดี ให้ความชุ่มชื้นดี เหมาะกับผิวธรรมดาถึงแห้ง ข้อควรระวัง: อาจซึมช้ากว่าและรู้สึกเหนอะเล็กน้อย แต่ปัจจุบันหลายแบรนด์พัฒนาให้บางเบาและซึมไวขึ้นแล้ว
ครีม (Cream)
เนื้อเข้มข้น หนัก และชุ่มชื้นสูง เหมาะกับผิวแห้งหรือช่วงอากาศหนาว ข้อดี: ให้ความชุ่มชื้นยาวนาน ปกป้องผิวจากการสูญเสียน้ำ ข้อควรระวัง: อาจรู้สึกหนักผิวสำหรับคนผิวมัน แต่สูตรใหม่ ๆ ก็เบาสบายขึ้นมากแล้ว
วิธีเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ให้เหมาะกับสภาพผิว
มอยเจอร์ไรเซอร์ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมสำคัญอย่าง ไฮยาลูรอนิก แอซิด, เซราไมด์, และ กลีเซอรีน ซึ่งช่วยเติมและกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวได้ดี แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง เพราะหากเลือกถูกจะช่วยให้ผิวแข็งแรง ชุ่มชื้น และลดปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด โดยการเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ตามสภาพผิวไว้ดังนี้
ผิวธรรมดา
ผิวธรรมดาเป็นสภาพผิวที่สมดุลที่สุด ไม่มันและไม่แห้งเกินไป รูขุมขนมีขนาดปกติ สามารถใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ได้ทุกประเภท โดยควรปรับให้เหมาะกับสภาพอากาศ เช่นในช่วงหน้าหนาวควรเลือกใช้เนื้อเจลครีมหรือครีมที่เข้มข้นขึ้นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น ส่วนในหน้าร้อนควรใช้เนื้อน้ำตบ เซรั่ม หรือเจลที่บางเบาเพื่อให้สบายผิวและไม่เหนอะหนะ
ผิวแห้ง
ผิวแห้งมักขาดความชุ่มชื้น ทำให้ผิวลอกเป็นขุย ดูหมองคล้ำ และเกิดริ้วรอยได้ง่าย จึงควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์เนื้อครีมเข้มข้นหรือเบสน้ำมัน เพื่อช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นและฟื้นฟูให้ผิวนุ่มเนียน แข็งแรง และดูสุขภาพดีขึ้น
ผิวผสม
ผิวผสมคือสภาพผิวที่บางจุดมัน โดยเฉพาะบริเวณ T-zone เช่น หน้าผาก จมูก และคาง ขณะที่บริเวณแก้มมักแห้ง ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันในสัดส่วนที่พอดี เช่น เนื้อเจล เซรั่ม โลชั่น หรือเจลครีม เพื่อช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอย่างสมดุล โดยไม่ทำให้ผิวมันหรือแห้งเกินไป
ผิวมันเป็นสิวง่าย
ผิวมันหรือเป็นสิวง่ายมักมีการผลิตน้ำมันมากเกินไป ทำให้รูขุมขนกว้างและเกิดสิวได้ง่าย ควรเลือกมอยเจอร์ไรเซอร์ที่มีเบสน้ำ (Water-based) เช่น น้ำตบ เซรั่ม แอมพูล เจล หรือโลชั่นเนื้อน้ำ เพื่อช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวโดยไม่ทำให้หนักหน้าและไม่อุดตันรูขุมขน
แหล่งที่มา : sistacafe.com