9 สาเหตุทำไมถึง กระหายน้ำตอนกลางคืน

9 สาเหตุทำไมถึง กระหายน้ำตอนกลางคืน

อากาศร้อน ความชื้นสูง การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้ยาบางชนิด อาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ หากระหว่างวันดื่มน้ำน้อย ก็อาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากในตอนกลางคืนได้เช่นกัน นอกจากนี้ภาวะสุขภาพบางอย่างก็อาจเป็นสาเหตุให้ร่างกายต้องการน้ำมากขึ้นกว่าปกติ จนทำให้รู้สึกหิวน้ำตลอดคืน วันนี้เราจึงจะพาทุกคนไปดู 9 สาเหตุทำไมถึงกระหายน้ำตอนกลางคืนกัน จะมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ภาวะขาดน้ำ

ภาวะขาดน้ำเกิดขึ้นเมื่อร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าที่ได้รับ เช่น จากการออกกำลังกายกลางแจ้ง เหงื่อออกมาก หรือดื่มน้ำน้อยเกินไป ส่งผลให้ปริมาณเลือดลดลง เซลล์หดตัว และระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ หากดื่มน้ำไม่พอตลอดวัน อาการขาดน้ำจะรุนแรงขึ้นและทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากโดยเฉพาะในตอนกลางคืน

ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม

สภาพอากาศไม่ว่าจะร้อนจัดหรือหนาวจัด ล้วนส่งผลต่อระดับความกระหายน้ำของร่างกายได้ทั้งสิ้น อากาศเย็นและแห้งจะดึงความชื้นออกจากผิวและระบบหายใจทำให้สูญเสียน้ำโดยไม่รู้ตัว ส่วนอากาศร้อนและแห้งอาจทำให้เหงื่อระเหยเร็วจนคุณไม่ทันสังเกตว่าร่างกายกำลังขาดน้ำ ในขณะที่อากาศร้อนและชื้น เหงื่อจะระเหยได้ยาก ร่างกายจึงต้องขับเหงื่อออกมามากขึ้นเพื่อระบายความร้อน ส่งผลให้สูญเสียน้ำมากขึ้นกว่าปกติ

ผลข้างเคียงจากยา

ยาบางชนิดอาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้น เช่น ยาต้านโรคจิตบางประเภท (Antipsychotic drugs) อย่าง Zyprexa (olanzapine) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปากแห้ง ปัสสาวะบ่อย และร่างกายระบายความร้อนได้ยากในวันที่อากาศร้อน จึงรู้สึกกระหายน้ำมากกว่าปกติ อีกกลุ่มหนึ่งคือ ยาขับปัสสาวะ (Diuretics หรือ Water Pills) ที่ช่วยขับโซเดียมและน้ำออกจากร่างกาย ทำให้สมดุลของของเหลวและอิเล็กโทรไลต์ถูกรบกวน ส่งผลให้ร่างกายขาดน้ำและต้องการน้ำมากขึ้นเพื่อชดเชยของเหลวที่สูญเสียไป

แอลกอฮอล์

แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ ส่งผลให้รู้สึกปากแห้งและกระหายน้ำหลังดื่มโดยเฉพาะเมื่อดื่มในปริมาณมาก นอกจากนี้แอลกอฮอล์ยังรบกวนสมดุลของของเหลวในร่างกาย ทำให้ปัสสาวะบ่อยและเกิดภาวะขาดน้ำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม หากดื่มในปริมาณสูงเกินไป อาจทำให้ร่างกายเกิดการกักเก็บน้ำแทน ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบหมุนเวียนและสุขภาพโดยรวมได้เช่นกัน

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมักหายใจทางปากในระหว่างนอนหลับ ทำให้ปากแห้งและสูญเสียความชื้น ส่งผลให้รู้สึกกระหายน้ำบ่อย โดยเฉพาะในตอนกลางคืน อาการปากแห้งเพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะกระตุ้นให้รู้สึกหิวน้ำได้มากขึ้น หากระหว่างวันดื่มน้ำไม่เพียงพอ ความกระหายน้ำในเวลากลางคืนก็อาจรุนแรงขึ้นอีก

การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน

ฮอร์โมนอย่าง เอสโตรเจน (Estrogen) และ โปรเจสเตอโรน (Progesterone) มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลของของเหลวและความดันโลหิตในร่างกาย เมื่อระดับฮอร์โมนเหล่านี้เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในช่วงมีประจำเดือนหรือวัยหมดประจำเดือน ร่างกายอาจสูญเสียน้ำหรือกักเก็บน้ำผิดปกติ ส่งผลให้รู้สึกกระหายน้ำมากขึ้นกว่าปกติ

โรคเบาหวาน

ภาวะเลือดเป็นกรดจากคีโตนในผู้ป่วยเบาหวาน หรือ Diabetic Ketoacidosis (DKA) เป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1 เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป ร่างกายจะขับน้ำและเกลือแร่ผ่านปัสสาวะมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสูญเสียน้ำและอิเล็กโทรไลต์ ทำให้รู้สึกกระหายน้ำมากผิดปกติ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ภาวะนี้อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้

ภาวะโลหิตจาง

ภาวะโลหิตจางเกิดจากการที่ร่างกายมีระดับฮีโมโกลบิน โปรตีนในเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่ลำเลียงออกซิเจนต่ำกว่าปกติ โดยเฉพาะในกรณีของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ส่งผลให้ระดับออกซิเจนในเลือดลดลง ทำให้รู้สึกเหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย ร่างกายจะพยายามชดเชยโดยเพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนของเลือด ซึ่งในบางกรณี โดยเฉพาะเมื่อโลหิตจางรุนแรง ความกระหายน้ำอย่างมากก็อาจเป็นหนึ่งในสัญญาณของภาวะนี้ได้เช่นกัน

โรคโจเกรน (Sjögren’s Syndrome)

โรคโจเกรนเป็นโรคภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง ที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมผลิตความชื้นเช่น ต่อมน้ำตาและต่อมน้ำลาย ทำให้เกิดอาการตาแห้ง และปากแห้งอย่างต่อเนื่อง การผลิตของเหลวที่ลดลงนี้อาจทำให้รู้สึกกระหายน้ำอยู่ตลอดเวลาและเกิดความไม่สบายในช่องปากได้ แนะนำให้จิบน้ำบ่อย ๆ รักษาความชุ่มชื้นในร่างกาย และอาจใช้น้ำลายเทียมหรือผลิตภัณฑ์เพิ่มความชื้นเพื่อช่วยบรรเทาอาการเพิ่มเติม

แหล่งที่มา : www.sanook.com