6 ทริคกินตามนาฬิกาชีวิต ที่ช่วยเร่งระบบเผาผลาญ

6 ทริคกินตามนาฬิกาชีวิต ที่ช่วยเร่งระบบเผาผลาญ

คุณผู้หญิงรู้ไหมว่าร่างกายของเรามีนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) ที่คอยควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการเผาผลาญพลังงาน การย่อยอาหาร หรือการพักผ่อน

หากกินอาหารไม่เป็นเวลา หรือนอนดึกเป็นประจำ อาจทำให้ระบบเผาผลาญทำงานผิดจังหวะ ส่งผลให้น้ำหนักขึ้นง่ายและรู้สึกอ่อนเพลียได้ ดังนั้น ลองปรับเวลาในการกินให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต เพื่อช่วยรีเซ็ตระบบเผาผลาญ พร้อมดูแลรูปร่างและสุขภาพให้ดีขึ้นไปพร้อมกัน

มื้อเช้า คือช่วงเวลาทอง (07.00 – 09.00 น.)

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่กระเพาะอาหารทำงานได้ดีที่สุด หลังจากร่างกายได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน การรับประทานมื้อเช้าจะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้เริ่มทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

แนะนำให้เลือกอาหารที่มี โปรตีนและคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และทำให้ร่างกายมีพลังงานพร้อมสำหรับการทำงานตลอดวัน ทั้งยังช่วยให้สมองปลอดโปร่งและมีสมาธิมากขึ้น ในทางกลับกันการข้ามมื้อเช้าอาจทำให้ร่างกายเข้าสู่ โหมดประหยัดพลังงาน ส่งผลให้เผาผลาญช้าลงและมีแนวโน้มสะสมไขมันได้ง่ายขึ้น

มื้อเที่ยง เน้นสารอาหารให้ครบถ้วน (12.00 – 13.00 น.)

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ระบบย่อยอาหารทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ร่างกายสามารถย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี จึงเหมาะกับการรับประทานมื้อหลักที่มี สารอาหารครบ 5 หมู่ เพื่อเติมพลังให้ร่างกายระหว่างวัน

หากอยากทานอาหารที่มีพลังงานสูงขึ้นเล็กน้อย หรือขนมหวานสักนิด การทานในช่วงมื้อเที่ยงจะส่งผลต่อการสะสมไขมันน้อยกว่าการทานในช่วงเย็น เพราะร่างกายยังมีเวลานำพลังงานไปใช้ได้ตลอดทั้งวัน

เบรกบ่ายด้วยของว่างช่วยคุมน้ำตาล (15.00 – 16.00 น.)

ช่วงบ่ายระดับน้ำตาลในเลือดมักเริ่มลดลง ทำให้หลายคนรู้สึกง่วง อ่อนล้า และอยากทานของหวาน แทนที่จะเลือกเครื่องดื่มหวาน ๆ ลองเปลี่ยนมาเป็นของว่างสุขภาพ เช่น ถั่วเปลือกแข็ง หรือผลไม้สดในปริมาณเล็กน้อย

การทานของว่างเบา ๆ ในช่วงนี้จะช่วยรักษาระดับพลังงานและการเผาผลาญให้คงที่ อีกทั้งยังช่วยป้องกันไม่ให้หิวมากเกินไปในมื้อเย็น ทำให้ควบคุมปริมาณอาหารได้ง่ายขึ้น

มื้อเย็นควรเบา และทานให้เร็ว (18.00 – 19.00 น.)

ช่วงเย็นระบบเผาผลาญของร่างกายจะเริ่มทำงานช้าลงเพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงพักผ่อน ดังนั้นมื้อเย็นควรเลือกอาหารที่ ย่อยง่ายและไม่หนักเกินไป เช่น ปลา ผักต้ม หรือซุปอุ่น ๆ

ควรรับประทานมื้อเย็นให้เสร็จ ก่อนเข้านอนอย่างน้อย 3–4 ชั่วโมง เพื่อให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เต็มที่ และไม่รบกวนการพักผ่อนของร่างกาย เพราะในช่วงกลางคืนร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยซ่อมแซมเซลล์และสนับสนุนการเผาผลาญไขมันตามธรรมชาติ

หลีกเลี่ยงมื้อดึก เพื่อลดความเสี่ยงไขมันสะสม

หลังเวลา 21.00 น. ร่างกายจะเริ่มเข้าสู่ช่วงฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเอง การรับประทานอาหารในช่วงดึกอาจทำให้ระดับอินซูลินเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นช่วงที่ร่างกายมีแนวโน้มสะสมไขมันได้ง่าย

นอกจากจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นง่ายแล้ว ยังอาจเพิ่มความเสี่ยงของภาวะไขมันพอกตับ และส่งผลให้นอนหลับได้ไม่สนิท หากรู้สึกหิวในช่วงดึก แนะนำให้ดื่ม น้ำเปล่าหรือน้ำสมุนไพรอุ่น ๆ แทน เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและพักผ่อนได้ดีขึ้น

ดื่มน้ำให้สอดคล้องกับจังหวะร่างกาย

การดื่มน้ำให้เหมาะสมกับจังหวะของร่างกายสำคัญไม่แพ้การเลือกเวลาในการกินอาหาร เริ่มต้นวันด้วยการ ดื่มน้ำหลังตื่นนอน เพื่อช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายและปลุกร่างกายให้สดชื่น

ระหว่างวันควร จิบน้ำทีละน้อยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น และควรดื่มน้ำอุ่นก่อนมื้ออาหารประมาณ 30 นาที เพื่อช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ราบรื่น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำปริมาณมากระหว่างมื้ออาหาร เพราะอาจทำให้น้ำย่อยเจือจางและทำให้รู้สึกท้องอืดได้

แหล่งที่มา : www.sanook.com